Cinque Terre
ประวัติวัดดาวดึงษาราม...

วัดดาวดึงษาราม บางขี่ขัน กรุงเทพ ฯ


     วัดดาวดึงาษาราม เป็นพระอารามหลวงที่สร้างมาแต่ครั้งสมัยรัชกาลที่ ๑ โดยเจ้าจอมแว่นพระสนมเอก ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ในสมัยรัชกาลที่ ๓ โดยพระยามหาเทพ(ปาน) ต้นตระกูลปาณิกบุตร ได้ก่อร้างพระอุโบสถ ศาลาการเปรียญ และถาวรวัตถุอีกมากมาย ดังที่ได้ปรากฏเห็นถึงความงดงามในทุกวันนี้ ทั้งนี้ยังให้ช่างวาดจิตรกรรมฝาผนังอีกด้วย ซึ่งมีความงดงามเป็นอย่างมาก มีทั้งเรื่องทศชาติชาดก เรื่องพระมหากัสสปะ เรื่องพระเจ้าทธิวาหนะ เรื่องพระนางสามาวดี เป็นต้น เชื่อกันว่า เป็นฝีมือของครูกงแป๊ะ (หลวงเสนีย์บริรักษ์) และครูทองอยู่(หลวงวิจิตรเจษฎา) ช่างฝีมือเอกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ในยุคนั้น

ประวัติวัดดาวดึงษาราม

     วัดดาวดึงษาราม เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ ตั้งอยู่เลขที่ ๘๗๒ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร มีเนื้อทีประมาณ ๑๕ ไร่
      บริเวณที่วัดตั้งอยู่ห่างจากแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันตกประมาณ ๒๐๐ เมตร และใกล้กับตอนใต้ปากคลองบางยี่ขัน มีถนนเข้าถึงจากถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า แล้วแยกเข้าซอยวัดดวาดึงษาราม บริเวณเชิงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า ฝั่งธนบุรี อาณาบริเวณใกล้เคียงกับวัดดาวดึงษารามเป็นที่ตั้งของวัดบางยี่ขัน วัดจรุรมิตรประดิษฐาราม และวัดพระยาศิริไอยสวรรค์ มีทางเดินเชื่อมถึงกันทุกวัด และมีทางเดินไปยังฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา
     อาณาเขตวัดดาวดึงษาราม

อาณาเขตทิศเหนือ ติดกับวัดจตุรมิตรประดิษฐาราม
ทิศใต้ ติดกับที่เอกชน
ทิศตะวันออก ติดกับที่ดินของวัดจตุรมิตรประดิษฐาราม
ทิศตะวันตก ติดกับที่ดินเอกชน
ประวัติความเป็นมา

     วัดดาวดึงษาราม สร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ตามตำนานกล่าวว่า เจ้าจอมแว่น หรือคุณเสือ พระสมเอกในรัชกาลที่ ๑ ซึ่งเป็นชาวลาวสร้างขึ้น ทำด้วยเสาไม้แก่น พระอุโบสถก่ออิฐสูงพ้นพื้นดินประมาณ ๒ ศอก มีไม้แก่นเป็นเสาประกอบหลังคา หลังคามุงกระเบื้อง ฝาผนังเป็นไม้สัก มีบานประตูหน้าต่าง เป็นเพียงวัดเล้กๆ สันนิษฐานว่า สร้างถวายพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ขณะทรงพระประชวร แล้วได้นิมนต์ พระอธิการอิน ผู้เชี่ยวชาญทางด้านวิปัสสนาธุรมาจำพรรษา เข้าใจว่า ท่านเป็นพระสงฆ์ชาวลาวมาครองวัด ชาวบ้านจึงเรียกว่า "วัดขรัวอิน" ในพระราชพงศาวดารรัชกาลที่ ๓ กล่าวไว้ว่า " พระยามหาเทพ (ปาน) บูรณะวัดดาวดึงสษ์ เป็นของคุณแว่นสมนเอกบูรณะมาแต่ก่อน"




     ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ครั้งเจ้าจอมแว่นถึงอนิจกรรม ข้าราชการฝ่ายในชื่ออิน ซึ่งเป็นญาติของเจ้าจอมแว่นได้ปฏิสังขรณ์วัดนี้ ได้รื้อกุฏิก่อเป็นตึก ใช้ไม้แก่นเป็นเสาประธาน หลังคามุงกระเบื้อง ฝาไม้ไผ่ขัดแตะถือปูน มีประตูหน้ต่าง รื้อฝาผนังและเครื่องหลังคาพระอุโบสถที่เป็นไม้ออก ก่อฝาผนังอิฐและมุงกระเบื้องหลังคาใหม่ มีช่อฟ้าใบระกา เป็นพระอุโบสถขนาดเล็ก ครั้งเสร็จแล้ว ได้กราบถวายบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยทรงมีพระราชดำริว่า วัดขวัวอินนี้แปลก สมภารเจ้าวัดชื่อ อิน ผู้ศรัทธาปฏิสังขรณ์ก็ชื่อ อิน ไม่แต่เท่านั้น ชาวบ้านยังเรียกว่า วัดขรัวอิน จึงทรงพระราชทานนามวัดนี้ว่า วัดดาวดึงษาสวรรค์ อันหมายถึง สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ที่พระอินทร์สถิต

      ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งสเกล้าเจ้าอยู่หัว พระยามหาเทพ (ปาน) ซึ่งเป็นต้นตระกูลปาณิกบุตร ได้บูรณปฏิสังขรณ์รื้อกุฏิเก่าทั้งหมด สร้างกุฏิหมู่หนึ่งเป็นตึก ๔ หลัก กุฏิไม้อีก ๓ หลัง พร้อมทั้งสร้างหอสวดมนต์ หอฉันเป็นกัปปิยกุฏิอีก ๑ หลัง นอกจากนั้นได้ซ่อมแซมและก่อสร้างสิ่งอื่นๆที่สำคัญอีก คือ รื้อพระอุโบสถเดิม สร้างพระอุโบสถใหม่ กืออิฐถือปูน พื้อนปูด้วยหินอ่อน ผนังภายในพระอุโบสถถือเปูนและเขียนภาพจิตรกรรม หลังคาทำเป็นมุขลด ๒ ชั้น มีช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ ประดับกระจก สร้งาพระประธานปางสมาธิ มีสาวก ๒ องค์ ยืนอยู่เบื้องหน้าทั้งด้านซ้ายและด้านขวา ทำแพงแก้วทำเป็น ๒ ชั้น กำแพงแก้วชั้นใน เชื่อมระหว่างซุ้มเสมา กำแพงแก้วชั้นนอก มีเจดีย์บนมุมกำแพง (ภายหลังรื้อเหลือเพียงชั้นนอกชั้นเดียว) และมีซุ้มประตูสี่ด้าน สร้างเป็นศาลาจตุรมุข หลังคามุงกระเบื้องสี หน้าพระอุโบสถสร้างศาลาดิน ทำเป็นศาลาการเปรียญ ๑ หลัง สร้างศาลารายด้านเหนือ และด้านใต้อ้านละ ๑ หลัง เก๋งเล็กๆ อีก ๔ หลัง และสร้างกำแพงล้อมศาลา มีซุ้มประตูเข้าออก ๔ ด้าน ขุดคลองระหว่างพระอุโบสถกับกุฏิ ปากคลองอยู่ด้านตะวันออกเฉียงใต้จดแม่น้ำเจ้าพระยา ด้านตะวันตกเฉียงเหนือจดคลองบางยี่ขัน ขุดสระ ๒ สระ และทำสะพานถึงแม่น้ำเจ้าพระยา ๑ สะพาน นอกนั้นได้น้อมเกล้า ฯ ถวายเป็นพระอารามหลวง และได้รับพระราชทานเปลี่ยนนามใหม่ว่า "วัดดาวดึงษาราม"


ข่าวสารและกิจกรรมอื่นๆ...

ขอเชิญร่วมทำบุญ เนื่องในวันมาฆบูชา...

      "วันมาฆบูชา" เป็นวันที่ระลึกถึงวันที่พระพุทธเจ้าประทานโอวาทปาฏิโมกข์....

อ่านเพิ่ม....

เพจวัดดาวดึงษาราม
ฟังธรรมะ
สวดพระมาลัย